ความมั่นคงสูงสุดในชีวิต คืออะไร?

ความมั่นคงสูงสุดในชีวิต คืออะไร? คำถามที่ผมถามตัวเอง และได้เปลี่ยนชีวิตของผมไปตลอดกาล

คำสอนของครูของผม พี่โจน จันได เฉลยคำตอบออกมาให้อย่างง่ายๆ และตรงไปตรงมาว่า ความมั่นคงสูงสุดของเรา คือการมีอาหารมีน้ำเป็นของตัวเอง

ผมได้ไปเรียนกับ พี่โจน จันได ที่สวนพรรณพัน ใช้เวลาประมาณหกวัน ซึ่งเป็นช่วงเวลาหกวันที่ดีที่สุดช่วงหนึ่งในชีวิตของผมเลย ซึ่งก่อนหน้านี้ผมไม่เคยออกจากบ้านห่างครอบครัวไปไหนเลย ตลอดเวลาหลายสิบปีที่ผ่านมา เป็นมนุษย์ที่นั่งทำงานหนักอยู่หน้าจอคอมทั้งวันทั้งคืนจนสุขภาพเสีย และยังส่งผลมาถึงคอและหลังของผมจนวันนี้

การได้ไปเจอพี่โจนและพี่ๆที่สวนพรรณพัน ทำให้ได้แรงบรรดาลใจ ได้พลังชีวิต ได้พบคำตอบกับตัวเองหลายๆอย่าง แม้ช่วงนั้นจะยังไม่เข้าใจอะไรอีกหลายๆอย่างเช่นกัน เนื่องจากผมยังไม่เคยลงมือทำอะไรด้านนี้เลย

ผมกลับมาในเมือง พร้อมกับความคิดที่อยากจะหักดิบเลิกทำธุรกิจไปเลย หาซื้อที่ดินเล็กๆสักหนึ่งแปลง แล้วออกแบบชีวิตให้ใช้เงินศูนย์บาทให้ได้ นั่นคือควมตั้งใจแรก แต่ก็มีเหตุบางอย่างธุรกิจของผมในช่วงนั้นมันดันเติบโตขึ้นมาอย่างมาก ทำให้ต้องอยู่ช่วยน้องๆก่อน แต่ก็ได้โยนภาระส่วนใหญ่ไปให้ภรรยาผมจัดการแทน

ผมได้ซื้อที่ดินหนึ่งแปลง แต่ยังไม่ได้เริ่มต้นทำอะไร ด้วยข้ออ้างด้านภาระธุรกิจ (ก้าวแรก ยากที่สุด) จนผมได้มาเจอพี่โจนอีกครั้งหนึ่งที่กรุงเทพ พี่โจนบอกว่า "อย่ารอช้าให้รีบลงไปทำ" จึงได้เริ่มตัดสินใจลงมือทำอย่างจริงจัง และมันเป็นอะไรที่..สนุกมากครับ!! (หนึ่งปีหลังจากนั้น โลกเราก็เจอกับโควิด19)

เราค่อยๆทำสวนกันมาเรื่อยๆแบบเทียวไปเทียวมา จนได้มาปักหลักยกครอบครัวมาอยู่กันที่สวนในช่วงที่เกิดโควิด19 รอบแรกพอดิบพอดี แม้ตอนนี้สวนเราอาจจะยังไม่มีอาหารหลากหลายมากอย่างที่ต้องการ (ช่วงแรกเราเน้นปลูกไม้ป่า) แต่ระบบต่างๆที่จำเป็นในการพึ่งตนเองก็เป็นไปตามที่ตั้งใจไว้หมดแล้ว

ปัญหาในชีวิตประจำวันของเราสองคน ตอนนี้แทบจะไม่มีอะไรที่เป็นปัญหาหรือเป็นความทุกข์แบบก้อนใหญ่ๆแล้วครับ ยังคงมีเรื่องกวนใจอย่างเดียวคือภาระธุรกิจ แต่ก็น้อยลงแบบมหาศาลเมื่อเทียบกับก่อนหน้านี้

ตอนนี้แม้จะอยู่ในช่วงวิกฤติเศรษฐกิจอย่างหนัก แต่ความมั่นคงในชีวิตของผมและครอบครัวกลับเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ มีอาหารแบบพรีเมี่ยมกินมากชนิดขึ้นเรื่อยๆ มีน้ำสะอาดมีไฟฟ้าใช้แบบอิสระและพึ่งตนเองได้ทั้งหมด มีการใช้เงินน้อยลงอย่างไม่น่าเชื่อ! มีคุณภาพชีวิตที่วิเศษมาก

เราตั้งชื่อสวนของเราว่า "สวนดีบุญ" ชื่อเดียวกับงานภาระธุรกิจของเรา ซึ่งตั้งมาจากชื่อของพ่อผมที่จากไปแล้ว

Deeboon