การทำงานด้านความรู้สึก

หัวใจอันหนึ่งที่ผมใช้อยู่ตลอดในการทำงานคือเรื่องของ "การทำงานด้านความรู้สึก" ไม่ว่าจะเป็น

  • มิติด้านการขายการตลาด
  • มิติของงานออกแบบ
  • มิติของการเข้าถึงเว็บไซต์
  • การนำเสนองาน การพิทชิ่ง
  • การสร้างสินค้าขึ้นมาสักหนี่งอย่าง
  • และอื่นๆอีกมากมาย

ผมจะใช้ "การทำงานด้านความรู้สึก" มาเป็นหัวใจตลอดครับ

ยกตัวอย่างเรื่องของการขายและการตลาด

งานขายกับงานการตลาด (ผมมองว่ามันคืออย่างเดียวกันนะ ต่างกันที่เรื่องของจำนวน จะทำการตลาดแบบใหญ่โๆตๆได้ ผมต้องขายของแบบตัวต่อตัวหนึ่งชิ้นราคาถูกๆให้ได้ก่อน ขายหนึ่งชิ้นได้ก็ขายหมื่นชิ้นได้ ราคาสูงต่ำไม่เกี่ยวเพราะเราใช้หัวใจเดียวกันต่างกันที่รูปแบบครับ)

การขาย เป้าหมายที่ต้องได้ไม่ใช่เงิน ไม่ใช่ยอดขายครับ เป้าหมายของผมคือ__ความรู้สึกของลูกค้า__

ต้องให้ความรู้สึกไว้วางใจเชื่อมั่นกับเราให้ได้ ต้องให้ลูกค้ามีความรู้สึกคุ่มค่าอย่างมากกับเงินที่เขาจ่ายให้เรามา

ผมทำเพียงแค่สองอย่างนี้จริงๆครับ โดยไม่เคยตั้งเป้าเกี่ยวกับผลลัพธ์หรือยอดขายเลย แต่ผลลัพธ์ที่ได้ก็ดันออกมาดีทุกครั้งที่เราใช้หัวใจอันนี้ทำงาน

ส่วนตัวผมเองขยับราคาของสินค้า (งานทำเว็บไซต์) จากหลักพันจนมาอยู่ราคาตลาดบนได้ ก็ด้วยการให้ความสำคัญด้านการทำงานด้านความรู้สึกของลูกค้ามาตลอดในการทำงาน

การทำงานด้านความรู้สึกกับสวนดีบุญ

การมาทำสวนได้สอนให้ผมอัพเกรดความรู้ความเข้าใจในด้านการทำงานด้านความรู้สึกเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาลครับ คำถามอะไรที่ผมเคยถามตัวเองไว้แล้วยังหาคำตอบไม่ได้ ก็มาเจอคำตอบที่นี่เกือบทั้งหมด และได้ย้อนเอาความรู้กลับไปทำงานในสายคุณค่าได้มากโข ผมเปลี่ยนวิธีคิดในการทำงานธุรกิจและเติบโตได้ก็เพราะสวนดีบุญนี่แหละ และผมคิดว่าถ้าเราเข้าใจมันอย่างดีและเก่งจากการทำซ้ำในด้านความรู้สึกมากขึ้นเรื่อยๆ งานธุรกิจในสายคุณค่าก็จะยกระดับได้มากขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อเช่นกัน

ในการทำงานด้านความรู้สึกกับสวนของผม เราต้องการเกิดความรู้สึกที่ "ร่มเย็นเป็นสุข" ให้ได้ครับ

ผมเริ่มจากการไม่ยอมเบียดเบียนขีวิตใดๆเลย สวนของเราจึงเต็มไปด้วยสัตว์นานาชนิด หิ่งห้อย นก ปลา ปลวก แมลง ต่อแตน ผึ้ง งู แมงป่อง มด กบ เขียด คางคก อึ่งอ่าง ตุ๊กแก ตะขาบ หมา แมว แมงปอ ผีเสื้อ ใส้เดือน พังพอน กระรอก (เราไม่มีคนมาช่วยทำสวน สัตว์เหล่านี้แหละคือคนสวนของผม)

สวนในแนวทางการพึ่งตนเองยิ่งทำให้เรารู้สึก ร่มเย็นเป็นสุข คือ ไม่เดือดร้อนต่อเรื่องใดๆเลย เรามีเตากำจัดขยะเอง มีระบบกรองน้ำสะอาดไว้ใช้ มีสระเก็บน้ำ มีไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ใช้กันอย่างเหลือเฟือ มีอาหารที่ไม่มีสารพิษแบบพรีเมี่ยมกินทุกวัน มีจุลินทรีย์ในดินที่เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ

พึ่งตนเองได้แล้วเราก็ได้เริ่มแบ่งปันออกไปสู่ผู้คน เริ่มจากคนรอบๆตัว เราขุดสระมีนำ้ใช้อย่างเหลือเฟือ ได้แบ่งน้ำให้นาข้างๆ แบ่งอาหารให้เพื่อนๆ กัลยาณมิตร ครอบครัวญาติพี่น้องที่อยู่ในเมืองกรุง ได้กินของดีๆเหมือนกับเรา หลังจากนี้เมื่อสวนอุดมสมบูรณ์มากขึ้นเราก็อยากแบ่งปันให้ขยายไปสู่วงกว้างมากขึ้นครับ

เพียงไม่นานนักเราก็ได้ความรู้สึกที่ ร่มเย็นเป็นสุข แล้ว ถึงตอนนี้ก็ประมาณสองปีกว่า ที่น่าลิงโลดใจคือเราจะอยู่กันอย่าง ร่มเย็นเป็นสุข ปลอดภัยและสบาย มากขึ้นเรื่อยๆไปอีก เพราะสวนของเรามีการเจริญมากขึ้นในทุกๆวินาที ต้นไม้ก็เติบโตของมันเอง สัตว์ต่างๆก็ช่วยกันทำหน้าที่ของมันที่ให้ประโยชน์กับสวนอย่างหลากหลาย โดยที่ไม่ต้องไปสั่งไปจ้างมันให้เสียเงินเลย

Copyright © 2021 Deeboon Part., Ltd.